ผู้เขียน หัวข้อ: “วัดปงสนุก” มรดกสถาปัตยกรรมล้ำค่าแห่งนครลำปาง  (อ่าน 1526 ครั้ง)

ออฟไลน์ lady darika

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 66
    • ดูรายละเอียด

“วัดปงสนุก” มรดกสถาปัตยกรรมล้ำค่าแห่งนครลำปาง

หลายครั้งที่ความงดงามอ่อนช้อยของสถาปัตยกรรมล้านนาทำให้ผู้มาเยือนประทับใจไม่คลาย เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะชาวล้านนามีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายผูกพันกับธรรมชาติ สุนทรียะซึ่งเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตจึงถูกถ่ายทอดโดยช่างฝีมือ หรือ “สลา” ผ่านงานศิลปกรรมหลากหลายแขนง นาฏศิลป์ จิตรกรรม หัตถกรรม รวมไปถึงงานสถาปัตยกรรมด้วย “วัดปงสนุก” พระอารามเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองลำปางอายุกว่าพันปี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำวัง คืออีกความงดงามหนึ่งที่ควรค่าไปเยือน

กลุ่มอาคารบนม่อนดอย หรือวัดบน ได้รับรางวัลจาก UNESCO ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑

แค่ได้ยินชื่อวัดแห่งนี้หลายคนคงเริ่มเอียงคอสงสัย และอดอมยิ้มในใจด้วยความอยากรู้ไม่ได้ว่า “ปงสนุก” ชื่อนี้ท่านได้แต่ใดมา “ปงสนุก” หมายถึง “เผ่าพันธุ์แห่งความรื่นเริง” ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์เล่าว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๑๒๒๓ เมื่อราวๆ 1,333 ปีก่อน ตรงกับรัชสมัยของเจ้าอนันตยศ ราชบุตรของพระนางจามเทวีแห่งนครหริภุญไชย (ลำพูน) ผู้สร้างเขลางค์นครขึ้นบนริมฝั่งแม่น้ำวังสายนี้ ตามจารึกโบราณปรากฏชื่อเรียกวัดแห่งนี้แตกต่างกันไปหลายชื่อ อาทิ วัดศรีจอมไคล วัดศรีเชียงภูมิ วัดดอนแก้ว และวัดพะยาว เป็นต้น โดยแต่ละชื่อนั้นเรียกขานกันในช่วงเวลาต่างๆ สอดคล้องกันไปกับผู้คน และวิถีของชุมชนโดยรอบวัดนั้นเอง ปัจจุบันวัดปงสนุก แบ่งออกเป็น 2 วัด คือ “วัดปงสนุกเหนือ” และ “วัดปงสนุกใต้” แต่วัดทั้ง 2 แห่งก็ยังตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เหตุเพราะในอดีตมีพระสงฆ์ สามเณรจำพรรษาและศึกษาเล่าเรียนพระธรรมเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องแบ่งออกไป เพื่อให้ดูแลรักษา และบริหารจัดการได้สะดวก

ซุ้มประตูโขง เหนือบานประตูมีลายรดน้ำสีทอง รูป "กลศ" สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์

ครั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๔ ทัพเชียงใหม่และลำปางตีเมืองเชียงแสนในลุ่มแม่น้ำกกได้ มีการเทครัวชาวเมืองเชียงแสนมาไว้ในเขตนครลำปาง การเทครัวในครั้งนั้นมีชาวบ้านปงสนุกจากเมืองเชียงแสนรวมอยู่ด้วย ชาวบ้านเหล่านั้นตั้งถิ่นฐานอยู่รอบวัดศรีเชียงภูมิ ทางฝั่งเหนือของแม่น้ำวัง ต่อมามีชาวเมืองพะเยาส่วนหนึ่งอพยพหนีศึกพม่ามาอาศัยอยู่บริเวณเดียวกันนี้ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้คนทั้งสองกลุ่มนี้เรียกชื่อชุมชนและพระอารามตามชื่อบ้านเกิดเมืองนอนของตน “วัดศรีเชียงภูมิ” ถูกเรียกใหม่เป็น “วัดพะยาว” และ “บ้านพะยาว” โดยกลุ่มคนที่อพยพมาจากเมืองพะเยา แต่ชาวเมืองเชียงแสนกลับเรียกว่า “วัดปงสนุก” และ “บ้านปงสนุก” ตามชื่อบ้านเดิมของตน ต่อมาเมื่อเจ้าหลวงมหาวงศ์ฟื้นฟูเมืองพะเยาขึ้นใหม่สำเร็จ ชาวพะเยาส่วนใหญ่ย้ายถิ่นฐานกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนของตน จึงคงเหลือแต่เพียงชาวปงสนุกเท่านั้นที่ยังอาศัยอยู่บริเวณนี้มาตราบจนทุกวันนี้ วัดแห่งนี้จึงมีชื่อว่า “วัดปงสนุก” เพียงชื่อเดียวตั้งแต่นั้น

ลายรดน้ำเหนือประตูของซุ้มประตูโขง รูปเขาสัตบริภัณฑ์ (เทือกเขาทั้ง ๗ ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ)

พระธาตุสะหรีจอมไคล หรือ พระธาตุศรีจอมไคล ศิลปะล้านนาตอนปลาย

ในเขตวัดปงสนุกเหนือ มีฐานดินสูงจากพื้นดินปกติเรียกว่า “ม่อนดอย” สร้างขึ้นตามคติเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางจักรวาลในความเชื่อฮินดู และพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับม่อนดอยของวัดพระธาตุลำปางหลวงในเขตอำเภอห้างฉัตร จากพื้นล่างมีบันไดนาคสั้นๆ ขึ้นสู่ม่อนดอย ซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงทุกด้าน สุดปลายบันไดด้านบนมีซุ้มประตูโขง บานประตูลายรดน้ำรูปเทวดา เป็นทวารบาลคอยปกปักรักษาสถานที่ศักดิสิทธิ์ไว้

วิหารพระเจ้าพันองค์ วิหารไม้จตุรมุขสถาปัตยกรรมผสมผสานล้านนา จีน และพม่า

ด้านบนม่อนดอยปรากฏพระธาตุสะหรีจอมไคล หรือพระธาตุศรีจอมไคล สถาปัตยกรรมแบบล้านนาตอนปลาย ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม เรือนธาตุทรงระฆังคว่ำ อิทธิพลศิลปะสุโขทัย ปิดทองจังโกสีเหลืองอร่ามทั้งองค์ ข้างๆ กันคือวิหารไม้โถงทรงจตุรมุขเรียกว่า “วิหารพระเจ้าพันองค์” เป็นที่สักการะนับถือของผู้ครองนครลำปาง และชาวเมืองลำปางสืบต่อกันมา ในฐานะวิหารสำหรับสะเดาะเคราะห์ วิหารแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ เป็นการผสมผสานงานสถาปัตยกรรมแบบล้านนา จีน และพม่าเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ห้องกลางวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะล้านนาสี่องค์ หันหน้าไปทางมุขทั้งสี่ด้าน หลังคาวิหารซ้อนกัน 3 ชั้น หัวเสาวิหารไม้ประดับด้วยลวดลายวิจิตร สาเหตุที่เรียกว่า “วิหารพระเจ้าพันองค์” คงเป็นเพราะส่วนหลังคาด้านในวิหารตกแต่งด้วยพระพิมพ์เรียงต่อกันถึง 1,080 องค์ เชื่อกันว่าวิหารหลังนี้สร้างขึ้นโดยฝีมือช่างชาวเชียงแสน ด้านหลังพระธาตุและวิหารพระเจ้าพันองค์ มีวิหารพระนอน บางครั้งเปิดให้ผู้คนเข้าสักการะได้ แต่บางครั้งอาจจะปิด นอกจากนี้ยังมีเสาไม้ ยอดเป็นรูปหงส์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอาณาจักรมอญอยู่ด้านหน้าวิหารพระเจ้าพันองค์อีกด้วย

ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปสี่องค์ หันหน้าออกไปสี่ทิศ ตั้งอยู่บนฐานชุกชีลวดลายวิจิตร

ในบริเวณวัดมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กเก็บรักษาโบราณวัตถุสำคัญ และน่าสนใจเอาไว้ให้เราได้ศึกษาหลายชิ้น ส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา อาทิ หีบธรรมไม้ พระพุทธรูปไม้ คัมภีร์โบราณ ภาพพระบฏเขียนเรื่องราวชาดกอายุกว่า ๑๒๐ ปี และเครื่องสักการะต่างๆ เป็นต้น

หีบธรรมไม้ขนาดใหญ่ ลายรดน้ำสีทองบนพื้นสีชาด จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์วัดปงสนุก

วิหารพระเจ้าพันองค์ พระธาตุศรีจอมไคล และส่วนอื่นๆ ได้รับการดูแลรักษาจากโครงการอนุรักษ์วิหารพระเจ้าพันองค์ ซึ่งริเริ่มโดยให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม และตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ล้ำค่าแห่งนี้ วัดปงสนุกเหนือจึงได้รับรางวัล “Award of Merit” จากโครงการ 2008 Asia-Pacific Heritage Award for Cultural Heritage Conservation จากองค์การยูเนสโกในปี ๒๕๕๑ โดยได้รับคัดเลือกจาก 45 โครงการ ใน 13 ประเทศ ถือเป็นความภาคภูมิใจยิ่งของชาวชุมชนปงสนุก และชาวลำปาง

วัดปงสนุกตั้งอยู่ในเขตชุมชนปงสนุก ถนนปงสนุก ตำบลเวียงเหนือ เทศบาลนครลำปาง สามารถเยี่ยมชมได้ทุกวันจนถึงเวลา 20:30 น ผู้เยี่ยมชมควรแต่งการสุภาพ หากมีโอกาสมาลำปาง วัดแห่งนี้อาจเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้รักงานสถาปัตยกรรม ชอบศึกษาวิถีของผู้คนในอดีต แล้วคุณจะพบว่าสถาปัตยกรรมแบบล้านนาที่ทรงคุณค่านั้นยังมีอยู่ที่นี่อีกแห่งหนึ่ง

เรื่องและภาพโดย เลดี้ ดาริกา

ออฟไลน์ ohlala

  • Sr. Member
  • ****
  • กระทู้: 357
    • ดูรายละเอียด
Re: “วัดปงสนุก” มรดกสถาปัตยกรรมล้ำค่าแห่งนครลำปาง
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: กรกฎาคม 08, 2013, 11:29:02 AM »

ขอบคุณข้อมูล ดีๆ ครับ

ออฟไลน์ diamond

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 111
    • ดูรายละเอียด
Re: “วัดปงสนุก” มรดกสถาปัตยกรรมล้ำค่าแห่งนครลำปาง
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2014, 10:17:19 AM »

“วัดปงสนุก” มรดกสถาปัตยกรรมล้ำค่าแห่งนครลำปาง

หลายครั้งที่ความงดงามอ่อนช้อยของสถาปัตยกรรมล้านนาทำให้ผู้มาเยือนประทับใจไม่คลาย เหตุผลหนึ่งอาจเป็นเพราะชาวล้านนามีวิถีชีวิตที่เรียบง่ายผูกพันกับธรรมชาติ สุนทรียะซึ่งเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิตจึงถูกถ่ายทอดโดยช่างฝีมือ หรือ “สลา” ผ่านงานศิลปกรรมหลากหลายแขนง นาฏศิลป์ จิตรกรรม หัตถกรรม รวมไปถึงงานสถาปัตยกรรมด้วย “วัดปงสนุก” พระอารามเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองลำปางอายุกว่าพันปี ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของแม่น้ำวัง คืออีกความงดงามหนึ่งที่ควรค่าไปเยือน

กลุ่มอาคารบนม่อนดอย หรือวัดบน ได้รับรางวัลจาก UNESCO ในปี พ.ศ. ๒๕๕๑

แค่ได้ยินชื่อวัดแห่งนี้หลายคนคงเริ่มเอียงคอสงสัย และอดอมยิ้มในใจด้วยความอยากรู้ไม่ได้ว่า “ปงสนุก” ชื่อนี้ท่านได้แต่ใดมา “ปงสนุก” หมายถึง “เผ่าพันธุ์แห่งความรื่นเริง” ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์เล่าว่า วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. ๑๒๒๓ เมื่อราวๆ 1,333 ปีก่อน ตรงกับรัชสมัยของเจ้าอนันตยศ ราชบุตรของพระนางจามเทวีแห่งนครหริภุญไชย (ลำพูน) ผู้สร้างเขลางค์นครขึ้นบนริมฝั่งแม่น้ำวังสายนี้ ตามจารึกโบราณปรากฏชื่อเรียกวัดแห่งนี้แตกต่างกันไปหลายชื่อ อาทิ วัดศรีจอมไคล วัดศรีเชียงภูมิ วัดดอนแก้ว และวัดพะยาว เป็นต้น โดยแต่ละชื่อนั้นเรียกขานกันในช่วงเวลาต่างๆ สอดคล้องกันไปกับผู้คน และวิถีของชุมชนโดยรอบวัดนั้นเอง ปัจจุบันวัดปงสนุก แบ่งออกเป็น 2 วัด คือ “วัดปงสนุกเหนือ” และ “วัดปงสนุกใต้” แต่วัดทั้ง 2 แห่งก็ยังตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เหตุเพราะในอดีตมีพระสงฆ์ สามเณรจำพรรษาและศึกษาเล่าเรียนพระธรรมเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องแบ่งออกไป เพื่อให้ดูแลรักษา และบริหารจัดการได้สะดวก

ซุ้มประตูโขง เหนือบานประตูมีลายรดน้ำสีทอง รูป "กลศ" สัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์

ครั้งเมื่อปี พ.ศ. ๒๓๖๔ ทัพเชียงใหม่และลำปางตีเมืองเชียงแสนในลุ่มแม่น้ำกกได้ มีการเทครัวชาวเมืองเชียงแสนมาไว้ในเขตนครลำปาง การเทครัวในครั้งนั้นมีชาวบ้านปงสนุกจากเมืองเชียงแสนรวมอยู่ด้วย ชาวบ้านเหล่านั้นตั้งถิ่นฐานอยู่รอบวัดศรีเชียงภูมิ ทางฝั่งเหนือของแม่น้ำวัง ต่อมามีชาวเมืองพะเยาส่วนหนึ่งอพยพหนีศึกพม่ามาอาศัยอยู่บริเวณเดียวกันนี้ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ผู้คนทั้งสองกลุ่มนี้เรียกชื่อชุมชนและพระอารามตามชื่อบ้านเกิดเมืองนอนของตน “วัดศรีเชียงภูมิ” ถูกเรียกใหม่เป็น “วัดพะยาว” และ “บ้านพะยาว” โดยกลุ่มคนที่อพยพมาจากเมืองพะเยา แต่ชาวเมืองเชียงแสนกลับเรียกว่า “วัดปงสนุก” และ “บ้านปงสนุก” ตามชื่อบ้านเดิมของตน ต่อมาเมื่อเจ้าหลวงมหาวงศ์ฟื้นฟูเมืองพะเยาขึ้นใหม่สำเร็จ ชาวพะเยาส่วนใหญ่ย้ายถิ่นฐานกลับไปบ้านเกิดเมืองนอนของตน จึงคงเหลือแต่เพียงชาวปงสนุกเท่านั้นที่ยังอาศัยอยู่บริเวณนี้มาตราบจนทุกวันนี้ วัดแห่งนี้จึงมีชื่อว่า “วัดปงสนุก” เพียงชื่อเดียวตั้งแต่นั้น

ลายรดน้ำเหนือประตูของซุ้มประตูโขง รูปเขาสัตบริภัณฑ์ (เทือกเขาทั้ง ๗ ที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ)

พระธาตุสะหรีจอมไคล หรือ พระธาตุศรีจอมไคล ศิลปะล้านนาตอนปลาย

ในเขตวัดปงสนุกเหนือ มีฐานดินสูงจากพื้นดินปกติเรียกว่า “ม่อนดอย” สร้างขึ้นตามคติเขาพระสุเมรุ ศูนย์กลางจักรวาลในความเชื่อฮินดู และพระพุทธศาสนา เช่นเดียวกับม่อนดอยของวัดพระธาตุลำปางหลวงในเขตอำเภอห้างฉัตร จากพื้นล่างมีบันไดนาคสั้นๆ ขึ้นสู่ม่อนดอย ซึ่งล้อมรอบด้วยกำแพงทุกด้าน สุดปลายบันไดด้านบนมีซุ้มประตูโขง บานประตูลายรดน้ำรูปเทวดา เป็นทวารบาลคอยปกปักรักษาสถานที่ศักดิสิทธิ์ไว้

วิหารพระเจ้าพันองค์ วิหารไม้จตุรมุขสถาปัตยกรรมผสมผสานล้านนา จีน และพม่า

ด้านบนม่อนดอยปรากฏพระธาตุสะหรีจอมไคล หรือพระธาตุศรีจอมไคล สถาปัตยกรรมแบบล้านนาตอนปลาย ฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม เรือนธาตุทรงระฆังคว่ำ อิทธิพลศิลปะสุโขทัย ปิดทองจังโกสีเหลืองอร่ามทั้งองค์ ข้างๆ กันคือวิหารไม้โถงทรงจตุรมุขเรียกว่า “วิหารพระเจ้าพันองค์” เป็นที่สักการะนับถือของผู้ครองนครลำปาง และชาวเมืองลำปางสืบต่อกันมา ในฐานะวิหารสำหรับสะเดาะเคราะห์ วิหารแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่มีเอกลักษณ์ เป็นการผสมผสานงานสถาปัตยกรรมแบบล้านนา จีน และพม่าเอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว ห้องกลางวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปศิลปะล้านนาสี่องค์ หันหน้าไปทางมุขทั้งสี่ด้าน หลังคาวิหารซ้อนกัน 3 ชั้น หัวเสาวิหารไม้ประดับด้วยลวดลายวิจิตร สาเหตุที่เรียกว่า “วิหารพระเจ้าพันองค์” คงเป็นเพราะส่วนหลังคาด้านในวิหารตกแต่งด้วยพระพิมพ์เรียงต่อกันถึง 1,080 องค์ เชื่อกันว่าวิหารหลังนี้สร้างขึ้นโดยฝีมือช่างชาวเชียงแสน ด้านหลังพระธาตุและวิหารพระเจ้าพันองค์ มีวิหารพระนอน บางครั้งเปิดให้ผู้คนเข้าสักการะได้ แต่บางครั้งอาจจะปิด นอกจากนี้ยังมีเสาไม้ ยอดเป็นรูปหงส์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอาณาจักรมอญอยู่ด้านหน้าวิหารพระเจ้าพันองค์อีกด้วย

ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปสี่องค์ หันหน้าออกไปสี่ทิศ ตั้งอยู่บนฐานชุกชีลวดลายวิจิตร

ในบริเวณวัดมีพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กเก็บรักษาโบราณวัตถุสำคัญ และน่าสนใจเอาไว้ให้เราได้ศึกษาหลายชิ้น ส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา อาทิ หีบธรรมไม้ พระพุทธรูปไม้ คัมภีร์โบราณ ภาพพระบฏเขียนเรื่องราวชาดกอายุกว่า ๑๒๐ ปี และเครื่องสักการะต่างๆ เป็นต้น

หีบธรรมไม้ขนาดใหญ่ ลายรดน้ำสีทองบนพื้นสีชาด จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์วัดปงสนุก

วิหารพระเจ้าพันองค์ พระธาตุศรีจอมไคล และส่วนอื่นๆ ได้รับการดูแลรักษาจากโครงการอนุรักษ์วิหารพระเจ้าพันองค์ ซึ่งริเริ่มโดยให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม และตระหนักรู้ถึงความสำคัญของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ล้ำค่าแห่งนี้ วัดปงสนุกเหนือจึงได้รับรางวัล “Award of Merit” จากโครงการ 2008 Asia-Pacific Heritage Award for Cultural Heritage Conservation จากองค์การยูเนสโกในปี ๒๕๕๑ โดยได้รับคัดเลือกจาก 45 โครงการ ใน 13 ประเทศ ถือเป็นความภาคภูมิใจยิ่งของชาวชุมชนปงสนุก และชาวลำปาง

วัดปงสนุกตั้งอยู่ในเขตชุมชนปงสนุก ถนนปงสนุก ตำบลเวียงเหนือ เทศบาลนครลำปาง สามารถเยี่ยมชมได้ทุกวันจนถึงเวลา 20:30 น ผู้เยี่ยมชมควรแต่งการสุภาพ หากมีโอกาสมาลำปาง วัดแห่งนี้อาจเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้รักงานสถาปัตยกรรม ชอบศึกษาวิถีของผู้คนในอดีต แล้วคุณจะพบว่าสถาปัตยกรรมแบบล้านนาที่ทรงคุณค่านั้นยังมีอยู่ที่นี่อีกแห่งหนึ่ง

เรื่องและภาพโดย เลดี้ ดาริกา

 :)