ผู้เขียน หัวข้อ: เที่ยวเขตทหาร “ฐานทัพเรือสัตหีบ” จังหวัดชลบุรี  (อ่าน 1240 ครั้ง)

ออฟไลน์ lady darika

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 56
    • ดูรายละเอียด

เที่ยวเขตทหาร “ฐานทัพเรือสัตหีบ” จังหวัดชลบุรี

พูดถึงสัตหีบไว้ในรีวิวครั้งที่แล้ว เลดี้ ดาริกายังไม่จุใจ รีวิวนี้เราจึงยังปักหลักอยู่ที่เขตทหารชลบุรี ครั้งนี้ขัดกับบุคลิกหวานๆ ของเลดี้เล็กน้อย เพราะจะพาไปเที่ยวแบบแมนๆ ห้าวๆ กันที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ชลบุรี อู่เรือรบสำคัญของชาติ ที่ให้สิทธิเฉพาะชาวไทยเข้าเยี่ยมชมเท่านั้นนะคะ งานนี้เข้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดให้เข้าชมเวลาราชการตั้งแต่ 09:00 – 17:00 น

เรือรบมากมายเทียบท่าที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี

นอกจากบริเวณท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด จุดจอดเรือหลวงจักรีนฤเบศร และเรือหลวงสิมิลัน เรือรบสำคัญของกองทัพเรือไทยอันเลื่องชื่อ ที่ใครมาสัตหีบแล้วมักจะไม่พลาดแวะเยี่ยมชม แต่วันนี้ขอแหวกขนบเล็กน้อย เพราะนอกจากท่าเรือจุกเสม็ดแล้ว ในอำเภอสัตหีบยังมีท่าเรือสำคัญของกองทัพเรืออีกแห่งหนึ่งคือ “ฐานทัพเรือสัตหีบ” นั่นเองค่ะ พูดชื่อฐานทัพเรือสัตหีบ หลายคนคงร้องอ๋อ เพราะได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานาน แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าที่จุดจอดเรือของฐานทัพเรือสัตหีบนี้ ยังมีเรือรบที่สำคัญของไทยอีกหลายลำจอดเทียบท่าอยู่ที่นี่ รอให้ผู้สนใจมาเยี่ยมชม จุดจอดเรือของฐานทัพเรือสัตหีบอยู่ในเขตตำบลบางเสร่ จะว่าตั้งอยู่ไกลจากท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ดก็ไกล แต่ก็คงไม่เกินกำลังใจจะไขว่คว้าหรอกค่ะ หากใครเพิ่งแวะหาดเตยงาม และกราบเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรฯ บนเขาปู่เจ้าแล้ว ขับรถเลยออกมานิดหน่อย ไม่ไกลอย่างที่คิด

วิวสวยๆ ขออ่าวสัตหีบ มองจากฐานทัพเรือ ท้องฟ้าใส น้ำทะเลสีสวย ลมเย็นสบาย

การเข้าเยี่ยมชมก็ไม่ยากเย็นหรือมีพิธีรีตองจนน่ากลัว ง่ายๆ หากขับรถมา เมื่อผ่านด่านทหารรักษาการณ์ด้านหน้าให้แจ้งว่าขอเข้าชมเรือรบหลวง แลกบัตรประจำตัวประชาชน แล้วขับรถตรงเข้าไปเลยค่ะ บริเวณท่าเรือมีที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบาย และปลอดภัย เพราะอยู่ในเขตทหาร ไม่มีใครกล้าทำอันตรายแน่นอนค่ะ

ก่อนเราจะเข้าเยี่ยมชมเรือ มาทำความรู้จักประวัติความเป็นมาของฐานทัพเรือสัตหีบกันเล็กน้อยนะคะ ฐานทัพเรือสัตหีบ เริ่มก่อตั้งขึ้นโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อปี พ.ศ.2457 ขณะที่พระองค์เสด็จประพาสเลียบฝั่งทะเลตะวันออกของอ่าวไทยโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี พระองค์ได้เสด็จฯ มาประทับในอ่าวสัตหีบเพื่อทอดพระเนตรการซ้อมรบของกองทัพเรือด้วย ในการเสด็จครั้งนั้นพระองค์ทอดพระเนตรหมู่บ้านสัตหีบ ทรงเล็งเห็นว่าเป็นชัยภูมิดีเยี่ยม เหมาะที่จะจัดตั้งฐานทัพเรือ จึงมีพระบรมราชโองการแก่พระยาราชเสนาผู้แทนสมุหเทศภิบาลมณฑลจันทบุรี และพระยาประชาไศรยสรเดช ผู้ว่าราชการเมืองชลบุรี ว่ามีราชประสงค์ที่ดินฝั่งตำบลสัตหีบ และที่ใกล้เคียงตลอดทั้งเกาะใหญ่น้อย ห้ามมิให้ผู้ใดครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าว ต่อมาเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2465 พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงเธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ จึงมีหนังสือไปกราบถวายบังคมทูลขอพระราชทานที่ดินตำบลสัตหีบที่ทรงสงวนไว้ เพื่อจัดตั้งฐานทัพเรือ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทหารเรือก็ได้ตั้งฐานทัพเรือขึ้นบริเวณดังกล่าว และได้พัฒนาให้เจริญขึ้นเป็นลำดับ

ภาพสวยๆ ของหมู่เรือรบ

พระเอกของเราในครั้งนี้คือ “เรือหลวงอ่างทอง” และ “เรือหลวงปัตตานี” เรือรบขนาดใหญ่หนึ่งในสามของกองทัพเรือไทย สำหรับเรือหลวงอ่างทองนั้นเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ เป็นเรือประจำการกองทัพเรือที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม รองจากเรือหลวงสิมิลัน และเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรียกว่าไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว บนเรือมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้วย ส่วนเรือหลวงปัตตานีนั้นแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีความสำคัญมากทีเดียวค่ะ เพราะเป็นเรือตรวจการณ์ไกลชายฝั่ง โดยมีภารกิจหลักในการลาดตระเวน ปฏิบัติการรบเหนือผิวน้ำ และป้องกันการแทรกซึม และละเมิดอธิปไตยของชาติเหนือน่านน้ำไทย

เรือหลวงอ่างทอง พระเอกของเราในวันนี้

แม้เรือเหล่านี้จะได้ชื่อว่า “เรือรบ” แต่ในยามสงบ ภาวะไร้สงคราม เรือหลวงเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือ และส่งเสริมกิจกรรมของชาติ เช่น งานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล คุ้มครองเรือประมง และคอยช่วยเหลือเรือขนาดเล็กกลางทะเล รวมไปถึงการบรรเทาสาธารณภัยในยามที่ภัยพิบัติขนาดใหญ่จู่โจมชายฝั่งของไทยด้วย หากใครยังจำได้ เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีข่าวเรือหลวงปัตตานี และเรือหลวงสิมิลันเข้าร่วมกับกองกำลังผสมทางทะเลช่วยเหลือชาวประมง ที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียจับเป็นตัวประกันอ่าวเอเดน น่านน้ำอาหรับด้วย เรียกว่าดูแลทุกข์สุขประชาชนข้ามมหาสมุทร ข้ามทวีปกันเลยทีเดียว

อีกมุมสวยๆ ของฐานทัพเรือ

เมืองสัตหีบ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายให้เลือก อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก การเดินทางก็สะดวกสบาย จะขับรถมาเอง หรือนั่งรถโดยสารประจำทางมาก็ได้ สัตหีบเหมาะกับวันหยุดพักผ่อนสบายๆ ของคนทุกเพศวัย โดยเฉพาะสำหรับครอบครัว เพราะมีกิจกรรมส่งเสริมความรู้สำหรับเด็กๆ มากมาย นอกจากความเพลิดเพลินในวันหยุดแล้ว ยังได้ประสบการณ์แปลกใหม่กลับบ้านไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟังได้อีกด้วยค่ะ

ธงราชนาวีไทย

ข้อปฏิบัติในการเยี่ยมชมเรือ
1. เปิดให้เยี่ยมชมระหว่างเวลา 09.00 น. – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
2.เรือรบเป็นสถานที่ราชการ โปรดแต่งกายสุภาพ และงดสูบบุหรี่
3.ห้ามนำกระเป๋าสัมภาระ กระเป๋าหรืออาหาร เครื่องดื่ม สัตว์เลี้ยง และกล้องวีดีโอขึ้นบนเรือ
4.ห้ามพกอาวุธ และวัตถุอันตรายขึ้นบนเรือโดยเด็ดขาด
5.การเยี่ยมชมเรือให้ใช้เส้นทางเยี่ยมชม เฉพาะบริเวณที่กำหนดเท่านั้น และโปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
7.โปรดแสดงบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวข้าราชการกับเจ้าหน้าที่
8.บุคคลซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายและไม่สามารถปฏิบัติตามข้อปฏิบัติดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เยี่ยมชมเรือ


เรื่องและภาพโดย เลดี้ ดาริกา

ออฟไลน์ diamond

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 111
    • ดูรายละเอียด
Re: เที่ยวเขตทหาร “ฐานทัพเรือสัตหีบ” จังหวัดชลบุรี
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2014, 02:46:00 PM »

ขอบคุณที่แนะนำ ครับ น่าไปเยือนมาก

ออฟไลน์ diamond

  • Full Member
  • ***
  • กระทู้: 111
    • ดูรายละเอียด
Re: เที่ยวเขตทหาร “ฐานทัพเรือสัตหีบ” จังหวัดชลบุรี
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: มิถุนายน 16, 2014, 10:15:11 AM »

เที่ยวเขตทหาร “ฐานทัพเรือสัตหีบ” จังหวัดชลบุรี

พูดถึงสัตหีบไว้ในรีวิวครั้งที่แล้ว เลดี้ ดาริกายังไม่จุใจ รีวิวนี้เราจึงยังปักหลักอยู่ที่เขตทหารชลบุรี ครั้งนี้ขัดกับบุคลิกหวานๆ ของเลดี้เล็กน้อย เพราะจะพาไปเที่ยวแบบแมนๆ ห้าวๆ กันที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ชลบุรี อู่เรือรบสำคัญของชาติ ที่ให้สิทธิเฉพาะชาวไทยเข้าเยี่ยมชมเท่านั้นนะคะ งานนี้เข้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย เปิดให้เข้าชมเวลาราชการตั้งแต่ 09:00 – 17:00 น

เรือรบมากมายเทียบท่าที่ฐานทัพเรือสัตหีบ จ.ชลบุรี

นอกจากบริเวณท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด จุดจอดเรือหลวงจักรีนฤเบศร และเรือหลวงสิมิลัน เรือรบสำคัญของกองทัพเรือไทยอันเลื่องชื่อ ที่ใครมาสัตหีบแล้วมักจะไม่พลาดแวะเยี่ยมชม แต่วันนี้ขอแหวกขนบเล็กน้อย เพราะนอกจากท่าเรือจุกเสม็ดแล้ว ในอำเภอสัตหีบยังมีท่าเรือสำคัญของกองทัพเรืออีกแห่งหนึ่งคือ “ฐานทัพเรือสัตหีบ” นั่นเองค่ะ พูดชื่อฐานทัพเรือสัตหีบ หลายคนคงร้องอ๋อ เพราะได้ยินชื่อเสียงเรียงนามมานาน แต่หลายคนยังไม่รู้ว่าที่จุดจอดเรือของฐานทัพเรือสัตหีบนี้ ยังมีเรือรบที่สำคัญของไทยอีกหลายลำจอดเทียบท่าอยู่ที่นี่ รอให้ผู้สนใจมาเยี่ยมชม จุดจอดเรือของฐานทัพเรือสัตหีบอยู่ในเขตตำบลบางเสร่ จะว่าตั้งอยู่ไกลจากท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ดก็ไกล แต่ก็คงไม่เกินกำลังใจจะไขว่คว้าหรอกค่ะ หากใครเพิ่งแวะหาดเตยงาม และกราบเสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพรฯ บนเขาปู่เจ้าแล้ว ขับรถเลยออกมานิดหน่อย ไม่ไกลอย่างที่คิด

วิวสวยๆ ขออ่าวสัตหีบ มองจากฐานทัพเรือ ท้องฟ้าใส น้ำทะเลสีสวย ลมเย็นสบาย

การเข้าเยี่ยมชมก็ไม่ยากเย็นหรือมีพิธีรีตองจนน่ากลัว ง่ายๆ หากขับรถมา เมื่อผ่านด่านทหารรักษาการณ์ด้านหน้าให้แจ้งว่าขอเข้าชมเรือรบหลวง แลกบัตรประจำตัวประชาชน แล้วขับรถตรงเข้าไปเลยค่ะ บริเวณท่าเรือมีที่จอดรถกว้างขวางสะดวกสบาย และปลอดภัย เพราะอยู่ในเขตทหาร ไม่มีใครกล้าทำอันตรายแน่นอนค่ะ

ก่อนเราจะเข้าเยี่ยมชมเรือ มาทำความรู้จักประวัติความเป็นมาของฐานทัพเรือสัตหีบกันเล็กน้อยนะคะ ฐานทัพเรือสัตหีบ เริ่มก่อตั้งขึ้นโดยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ แห่งราชวงศ์จักรี เมื่อปี พ.ศ.2457 ขณะที่พระองค์เสด็จประพาสเลียบฝั่งทะเลตะวันออกของอ่าวไทยโดยเรือพระที่นั่งมหาจักรี พระองค์ได้เสด็จฯ มาประทับในอ่าวสัตหีบเพื่อทอดพระเนตรการซ้อมรบของกองทัพเรือด้วย ในการเสด็จครั้งนั้นพระองค์ทอดพระเนตรหมู่บ้านสัตหีบ ทรงเล็งเห็นว่าเป็นชัยภูมิดีเยี่ยม เหมาะที่จะจัดตั้งฐานทัพเรือ จึงมีพระบรมราชโองการแก่พระยาราชเสนาผู้แทนสมุหเทศภิบาลมณฑลจันทบุรี และพระยาประชาไศรยสรเดช ผู้ว่าราชการเมืองชลบุรี ว่ามีราชประสงค์ที่ดินฝั่งตำบลสัตหีบ และที่ใกล้เคียงตลอดทั้งเกาะใหญ่น้อย ห้ามมิให้ผู้ใดครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าว ต่อมาเมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2465 พล.ร.อ.พระเจ้าบรมวงเธอกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเสนาธิการทหารเรือ จึงมีหนังสือไปกราบถวายบังคมทูลขอพระราชทานที่ดินตำบลสัตหีบที่ทรงสงวนไว้ เพื่อจัดตั้งฐานทัพเรือ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาทหารเรือก็ได้ตั้งฐานทัพเรือขึ้นบริเวณดังกล่าว และได้พัฒนาให้เจริญขึ้นเป็นลำดับ

ภาพสวยๆ ของหมู่เรือรบ

พระเอกของเราในครั้งนี้คือ “เรือหลวงอ่างทอง” และ “เรือหลวงปัตตานี” เรือรบขนาดใหญ่หนึ่งในสามของกองทัพเรือไทย สำหรับเรือหลวงอ่างทองนั้นเป็นเรือยกพลขึ้นบกขนาดใหญ่ เป็นเรือประจำการกองทัพเรือที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสาม รองจากเรือหลวงสิมิลัน และเรือหลวงจักรีนฤเบศร เรียกว่าไม่น้อยหน้ากันเลยทีเดียว บนเรือมีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้วย ส่วนเรือหลวงปัตตานีนั้นแม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็มีความสำคัญมากทีเดียวค่ะ เพราะเป็นเรือตรวจการณ์ไกลชายฝั่ง โดยมีภารกิจหลักในการลาดตระเวน ปฏิบัติการรบเหนือผิวน้ำ และป้องกันการแทรกซึม และละเมิดอธิปไตยของชาติเหนือน่านน้ำไทย

เรือหลวงอ่างทอง พระเอกของเราในวันนี้

แม้เรือเหล่านี้จะได้ชื่อว่า “เรือรบ” แต่ในยามสงบ ภาวะไร้สงคราม เรือหลวงเหล่านี้เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือ และส่งเสริมกิจกรรมของชาติ เช่น งานด้านอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล คุ้มครองเรือประมง และคอยช่วยเหลือเรือขนาดเล็กกลางทะเล รวมไปถึงการบรรเทาสาธารณภัยในยามที่ภัยพิบัติขนาดใหญ่จู่โจมชายฝั่งของไทยด้วย หากใครยังจำได้ เมื่อไม่กี่ปีมานี้มีข่าวเรือหลวงปัตตานี และเรือหลวงสิมิลันเข้าร่วมกับกองกำลังผสมทางทะเลช่วยเหลือชาวประมง ที่ถูกโจรสลัดโซมาเลียจับเป็นตัวประกันอ่าวเอเดน น่านน้ำอาหรับด้วย เรียกว่าดูแลทุกข์สุขประชาชนข้ามมหาสมุทร ข้ามทวีปกันเลยทีเดียว

อีกมุมสวยๆ ของฐานทัพเรือ

เมืองสัตหีบ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจ มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายให้เลือก อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก การเดินทางก็สะดวกสบาย จะขับรถมาเอง หรือนั่งรถโดยสารประจำทางมาก็ได้ สัตหีบเหมาะกับวันหยุดพักผ่อนสบายๆ ของคนทุกเพศวัย โดยเฉพาะสำหรับครอบครัว เพราะมีกิจกรรมส่งเสริมความรู้สำหรับเด็กๆ มากมาย นอกจากความเพลิดเพลินในวันหยุดแล้ว ยังได้ประสบการณ์แปลกใหม่กลับบ้านไปเล่าให้เพื่อนๆ ฟังได้อีกด้วยค่ะ

ธงราชนาวีไทย

ข้อปฏิบัติในการเยี่ยมชมเรือ
1. เปิดให้เยี่ยมชมระหว่างเวลา 09.00 น. – 17.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
2.เรือรบเป็นสถานที่ราชการ โปรดแต่งกายสุภาพ และงดสูบบุหรี่
3.ห้ามนำกระเป๋าสัมภาระ กระเป๋าหรืออาหาร เครื่องดื่ม สัตว์เลี้ยง และกล้องวีดีโอขึ้นบนเรือ
4.ห้ามพกอาวุธ และวัตถุอันตรายขึ้นบนเรือโดยเด็ดขาด
5.การเยี่ยมชมเรือให้ใช้เส้นทางเยี่ยมชม เฉพาะบริเวณที่กำหนดเท่านั้น และโปรดปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด
7.โปรดแสดงบัตรประจำตัวประชาชน/บัตรประจำตัวข้าราชการกับเจ้าหน้าที่
8.บุคคลซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายและไม่สามารถปฏิบัติตามข้อปฏิบัติดังกล่าวได้ เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เยี่ยมชมเรือ


เรื่องและภาพโดย เลดี้ ดาริกา

 :)